moral

2008/Aug/07

 

 

 

....

 

เข้าลิงค์นี้เจอเสียงบลอกเกอร์ร้องให้แน่ๆค่ะ ...

เป็นไปได้ไงนะ งงตัวเองเหมือนกัน

http://www.oknation.net/blog/roungkaw/2008/05/01/entry-4

 

จากลิงค์ข้างบนนี้ ตั้งใจ ดึงลิงค์Blog Talk และ Blog Song

( มาประกอบกระทู้แม่เพราะเป็นเรื่องที่สอดคล้องกันมาก)

เกี่ยวกับเด็กนักเรียนคนหนึ่งที่ได้ประสบ และทึ่ง

เลยทำให้นึกสะท้อนภาพชีวิตครอบครัว..ตั้งใจร้องเพลง

ห้วงน้ำลึก และค่าน้ำนมให้ฟัง

ปรากฏว่า ....ตอนท้ายของการร้องเพลงค่าน้ำนม

ดันร้องเกือบไม่จบเสียนิ เพราะว่ามาร้องให้จริงๆ

จนแทบร้องเพลงไม่ได้ ...

นี่หล่ะค่ะ ปาฏิหารย์ของคำว่าแม่

 

ลองกดเข้าไปฟังดูนะคะ

 

.......

 

 

 

.... มีใครเคยเป็นอย่างนี้บ้างไหม.. เวลาจะแสดงกิริยาท่าทาง หรือพูดจาว่ารักแม่ค่อนข้างจะเขินอาย ทั้งๆที่หัวใจส่วนลึกเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อแม่ ในระยะนี้ถ้าจะไม่เขียนกระทู้ถึงเรื่องราวของแม่ซะเลย ก็กระไรอยู่..... ในเมื่อเราเกิดมาจากท้องแม่ แม่อุ้มท้องมาด้วยความลำบากยากเย็นเป็นเวลา แปดเดือนเก้าเดือน กว่าจะคลอดลูกออกมาได้.....

 

...คำว่า ...แม่ เป็นคำสูงค่านัก ....เรามักจะนิยมใช้คำว่าแม่นำหน้าหลายสิ่งหลายอย่าง ....ซึ่งเรื่องนี้เราก็ทราบดีในเชิงประจักษ์ ....

 

 

... เจ้าของบลอกเป็นคนที่ใช้กิริยา ท่าทาง หรือการพูดจาที่บอกว่ารักแม่น้อยที่สุด อาจจะเป็นเพราะโดยบุคลิกส่วนตัว ชีวิตที่ผ่านมา ไม่ค่อยได้อยู่กับบ้าน ชีพจรลงเท้า มิว่า เรียนหรือทำงาน ต้องอยู่ห่างไกลบ้านเป็นเวลาหลายสิบปี ความกระด้าง ความแกร่งในหัวใจ เลยมีมาก จึงค่อนข้างจะขัดเขินที่จะแสดงภาษารักกับใครง่ายๆ .... แม้กระทั่งพ่อและแม่ แต่เนื่องจากพ่อเป็นผู้ชาย พ่ออาจจะไม่ค่อยรู้สึกอะไร ....การน้อยใจของพ่อจึงมีน้อยมาก ส่วนการน้อยใจของแม่ค่อนข้างจะมีสูงมาก ท่านจึงสะท้อนมาในมุมบ่น มุมน้อยใจ....ความสนิทสนมทางการพูดคุย เลยห่างกันไปสั๊กนิด......ก็ไม่เป็นไรค่ะ ว่าไปตามเพลง เพราะแม่ก็คือแม่ .... ความรักการรู้คุณที่เรามีต่อแม่ ก็เป็นเรื่องของการมาจากจิตสำนึก ที่แท้จริง ไม่มีอะไรมาบังขวางหน้าได้หรอก... จริงไหม ?

 

 

 

... แต่ถ้าถามว่า ... ทุกลมหายใจเข้าออก มิว่าจะทุกข์หรือสุข คิดถึงแม่ไหม ต้องยอมรับค่ะว่า ..นึกถึงคำสอนของแม่เสมอ เมื่อได้อะไร ดีใจอะไร มีความสุขเรื่องอะไร คนแรกที่อยากให้รู้ก็คือแม่ เมื่อเวลาเสียใจไม่สบายใจเรื่องอะไร คนแรกที่เราอยากร้องให้ด้วยมากที่สุดก็คือ....แม่ ....

 

... ผู้หญิงหลายคนทีเดียว ....มิว่าโสด หรือมีครอบครัวแล้วแต่ไม่มีลูก ย่อมซึ้งใจคำว่าแม่ได้ไม่เท่า คนมีครอบครัวแล้วและมีลูกด้วย หรอก เพราะว่า ผู้หญิงที่ตั้งท้อง และมีลูกย่อมเข้าใจดีว่า รสชาติของความยากลำบากในการอุ้มทอง ในการเลี้ยงลูกเป็นอย่างไร...แต่อย่างไรก็ตาม คำว่ารักแม่ ....มิได้ผูกขาดอยู่กับใครผู้ใดผู้หนึ่ง...

 

... รักแม่....รู้คุณแม่ มันมาจากจิตใต้สำนึกของคนเรา ...ที่สมองสั่งการเอง มิมีใครมาสั่งเราให้เรารักแม่หรอก ....ปัจจุบันนี้ ....สิ่งนี้ ....ความรักที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ ไม่ค่อยมั่นใจนะคะว่า ...ยังมีอยู่ใต้จิตสำนึกของเยาวชนไทย มากน้อยแค่ไหน ....รักก็คือรัก ....ทำไมวันแม่ ต้องให้ดอกมะลิกัน ทำไม...ดอกมะลิเป็นสัญลักษณ์ของวันแม่ ต้องยอมรับนะคะว่าคนคิดจุดนี้เก่งมากทีเดียว แม่คือของบริสุทธิ์จริงๆ ....เพราะรักของแม่บริสุทธิ์จริงๆ รักของแม่ไม่มีเงื่อนไข รักของแม่ไม่มีมลพิษอะไรเจือปน แม่รักก็คือรัก ....

 

 

 

.. ว่าแต่เราเหอะ ...แม่จะเป็นใคร ทำอะไร มาจากไหน แม่ก็แม่ แม่ก็คือแม่ของเรา ...แม่จะเลี้ยงดูเรามาอย่างไร เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ว่า ....เรารู้คุณ และคิดตอบแทนคุณแม่อย่างไรเท่านั้นเอง...การคิดตอบแทนคุณแม่ทุกคนทำได้ง่ายๆ แค่มีหัวใจพร้อมที่จะคิดตอบแทนคุณเท่านั้นเองค่ะ

....

 

 

... มิว่าเราจะกระด้าง จะแกร่งในหัวใจมากขนาดไหน .....หัวใจเราก็มีแม่คอยแอบซ่อนเร้น บังเงาตัวเราอยู่เสมอ

 

...นิมิตตัง สาธุรูปานัง กตัญญูกตเวทิตาเป็นเครื่องหมายของคนดี ....คำนี้มิใช่ภาษาที่สวยหรูอะไรมากหรอก ลองแปลง่ายๆ ดูสิคะ ....คนเราถ้าทำอะไร จะดีจะชั่ว จะทำผิดหรือทำถูก รอบคอบในการตัดสินใจ กลัวว่าแม่จะเสียใจ คนเราไม่ค่อยกล้าทำอะไรผิดหรอกค่ะ เพราะคำว่า ... กลัวแม่เสียใจ ....จะมาคอยเตือนสติตลอดเวลาว่า..... อย่าทำผิดนะ .... อย่าทำร้ายตนเองนะ อย่าทำร้ายผู้อื่นนะ ...อย่าเบียดเบียนตนเองและผู้อื่นนะ... คำเหล่านี้จะก้องอยู่ในหูตลอดเวลา ทำให้ตัวเรากลายเป็นคนดีในที่สุด เพราะไม่มีแม่ที่ไหนหรอก ที่จะปรบมือให้ลูก หรือมีความสุขเมื่อลูกทำผิดหรือทำชั่ว ......เราคิดได้แค่นี้ เราก็เป็นคนดีแล้ว

 

.... อย่าสักแต่บอกด้วยปากว่า รักแม่ ....อย่ามัวแต่ออดอ้อนนอนหนุนตักแม่อยู่เลยค่ะ แต่จงลงมือทำ ทำความดี ไม่ทำร้ายตนเองไม่ทำร้ายผู้อื่น ไม่เบียดเบียนตนเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่น มุ่งมั่นเอาชนะความชั่วด้วยการทำความดี เพื่อให้แม่ได้สุขใจ ให้แม่ได้นอนตายตาหลับ ....มิว่าคุณจะเป็นคนอย่างไร แข็งอ่อน กระด้าง ปานใด ถ้าหัวใจส่วนลึก มุ่งมั่น ตั้งใจให้หัวใจแม่เป็นสุข ก็ถือว่า คุณได้.....รัก แม่อย่างที่สุดแล้วหล่ะค่ะ

 

 

................................................................................................

 

...ขออนุญาต แทรกข้อคิด ที่ได้รับฟังมาจากท่านพุทธทาสสั๊กนิดนะคะว่า ....

 

กตัญญูกตเวทิตาคุ้มครองโลก

 

.......

 

อาจจะฟังยากสักนิดนะคะ......

หลายวันมาแล้วติดตามข้อมูลข่าวสารบ้านเมือง

แล้วรู้สึกปลงๆ ไงน้อประเทศเรา

ช่วงนี้มันถึงมีความไม่สมดุลย์ ไม่ลงตัวหลายเรื่องเหลือเกิน

มิว่า จะเป็นเรื่อง

เศรษฐกิจ สังคม และโดยเฉพาะการเมือง

 

ถ้าให้ค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของความวุ่นวายเหล่านี้

ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่อง ความเห็น

แก่ตัว เรื่องของผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องของตน

เมื่อความเห็นแก่ตัวมันสุกงอม

ในหลายสถาบัน มิว่าจะเป็นสถาบันครอบครัว

สถาบันการศึกษา สถาบันสังคม

สถาบันการเมือง และสถาบันเศรษฐกิจ

ทุกอย่างมาประดังรวมกันแบบไม่ได้นัดหมาย

บ้านเมืองจึงเกิดความสงบได้ยาก

 

ท่านพุทธทาสเคยกล่าวไว้ว่า.

...

 

. กตัญญูกตเวทีคุ้มครองโลก

...

ท่านแปลความให้ฟังว่า

ความกตัญญูกตเวที ใช้ได้กับทุกสิ่งทุกอย่าง

ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ญาติพี่น้อง สิ่งมีชีวิต

หรือสิ่งไม่มีชีวิต ฯลฯ ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้

ล้วนมีบุญคุณกันทั้งนั้น พ่อค้าก็มีบุญคุณ

กับลูกค้า ลูกค้าก็มีบุญคุณกับพ่อค้า

ครูก็มีบุญคุณกับลูกศิษย์ ลูกศิษย์ก็มีบุญคุณกับครู

แม้กระทั่งดิน ฟ้า อากาศ น้ำ พลังงานต่างๆ

ก็ล้วนมีบุญคุณกับเราทั้งนั้น เพราะฉะนั้น

ถ้าทุกคนรู้จักบุญคุณซึ่งกันและกัน

คนก็จะทำลายต้นไม้ไม่ลง

เพราะต้นไม้มีบุญคุณกับคน

นักการเมืองก็ไม่กล้าโกงประเทศ

เพราะคิดว่าคนในประเทศมีบุญคุณต่อเขา

ถ้าคนในประเทศ

ไม่เลือกเค้ามาเป็นผู้แทน เค้าก็ไม่ได้เป็นนักการเมือง

ประชาชนโดยทั่วไปก็เช่นเดียวกัน

ต้องคิดว่านักการเมืองมีบุญคุณต่อเขา

ถ้าไม่มีนักการเมือง แล้วใครล่ะจะเป็นตัวแทนเข้า

ไปช่วยบริหารประเทศ

 

ท่านพุทธทาสเลยสรุปให้ฟังว่า ถ้าคิดอย่างเนียนๆแล้ว

ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ล้วนมีบุญ

คุณกันทั้งนั้น ควรดำเนินชีวิตด้วยการพบกันตรึ่งทาง

ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน การก้าวร้าว

การข่มเหง การเบียดเบียน การไม่ให้เกียรติกัน

ก็จะไม่เกิดขึ้น ทุกอย่างมีเหตุมีผลในตัวของ

มันเอง ใครบริหารไม่ดีผู้บริหารก็ควรตระหนักแล้วว่า

เค้าไม่ได้กตัญญูต่อคนในชาติแล้วนะ

เค้าเบียดเบียน เค้าทำร้าย

เค้าทำให้คนในชาติเดือดร้อนแล้วนะ

เค้าก็ต้องพิจารณาตัวเอง

ไปเองว่า ควรทำตัวอย่างไร ส่วนคนในชาติก็เช่นเดียวกัน

เมื่อเลือกเค้ามาแล้ว ถ้าเกิดเค้าบริหาร

ไม่ดี ก็คงต้องใช้ระบบ หรือกติกาตามธรรมมาธิปไตย

เข้ามานำเสนอว่าเค้าผิดตรงไหน และ

ใช้สิทธิเสรีภาพอย่างเป็นธรรมและถูกต้อง

ในการพิจารณาบุคคล มิใช่โห่กันปาวๆๆๆว่า....

 

ออก...ไป ออกไป ออกไป มันผิดหลัก

ของความเป็นมนุย์ชาติด้วยกันนะคะ

อยากจะสรุปว่า กตัญญูกตเวทีคุ้มครอง โลก

คุ้มครองประเทศไทย ได้จริงๆ

ถ้าเรารู้จักนำมาใช้อย่างถูกทาง

ใครมีความคิดเห็นมีมุมเหมือนหรือมุมต่างอย่างไร

คุยกันได้นะคะ

.....

 

ก่อนที่จะจบอยากบอกว่า ..

@ ... แม่ฉัน....คือที่สุดของความแกร่งในหัวใจฉัน...@

http://www.oknation.net/blog/roungkaw/2007/08/12/entry-2



รวงข้าวล้อลม
View full profile