2008/Nov/13

พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ

หมายกำหนดการ

ดูได้จากลิงค์นี้ค่ะ

http://www.hrh84yrs.org/kawee/112008.pdf

 

 

 

..

 

การถวายดอกไม้จันทน์ของภาคประชาชน

  • พสกนิกรผู้จงรักภักดีในกรุงเทพมหานคร สามารถถวายดอกไม้จันทน์ ณ ซุ้มดอกไม้จันทน์ ซึ่งกรุงเทพมหานครจัดไว้ใกล้บริเวณสนามหลวง รวม ๘ ซุ้ม และที่วัดต่างๆเขตละ ๑ วัด อนึ่ง ดอกไม้จันทน์ที่พสกนิกร ผู้จงรักภักดีในกรุงเทพมหานครถวาย ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เชิญพานทูลเกล้าฯถวายที่บริเวณหอเปลื้องพระเมรุในเวลา ๒๑.๐๐ น.

  • พสกนิกรผู้จงรักภักดีในต่างจังหวัด สามารถถวายดอกไม้จันทน์ ณ วัดที่กระทรวงมหาดไทยมอบให้จังหวัดจัดอำเภอละ ๑ วัด โดยจัดโต๊ะหมู่ตั้งเครื่องสักการะประดิษฐานพระฉายาลักษณ์ และพานรับดอกไม้จันทน์ รวมทั้งจัดการแสดงพระธรรมเทศนาก่อนพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ในเวลา ๑๖.๓๐ น. และให้จังหวัดตั้งโทรทัศน์ รับถ่ายทอดสดพระราชพิธีจากสนามหลวงให้พสกนิกรรับชมด้วย อนึ่ง ดอกไม้จันทน์ที่พสกนิกรผู้จงรักภักดีในต่างจังหวัด ถวาย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ เชิญไปเผาตั้งแต่เวลา ๒๒.๐๐ น. วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

ที่มาจาก

http://www.hrh84yrs.org/n31_tawaichan.htm

 

 

 

ของที่ระลึก
 

คณะกรรมการฝ่ายจัดทำหนังสือจดหมายเหตุและหนังสือที่ระลึก
ได้มอบหมายให้ ๕ หน่วยงาน คือ สำนักราชเลขาธิการ สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร และสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย จัดทำหนังสือที่ระลึกและสื่ออิเล็กทรอนิคส์ จำนวน ๙ รายการ ดังนี้

  • ดีวีดีสารคดีพระประวัติและพระกรณียกิจ จัดทำโดยสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ
  • หนังสือพระปิยโสทรเชษฐภคินี : ร้อยกรองน้อมสำนึก พระกรุณาธิคุณ
  • หนังสือจดหมายเหตุประชาชน : ข่าวสิ้นพระชนม์จากหนังสือพิมพ์
  • หนังสือเครื่องประกอบพระอิสริยยศ
  • หนังสือจดหมายเหตุพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพฯ จัดทำโดยกรมศิลปากร
  • พระประวัติและพระกรณียกิจ ฉบับอักษรเบรล จัดทำโดยสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
  • แผ่นพับพระประวัติและพระกรณียกิจ
  • หนังสือพระประวัติและพระกรณียกิจ จัดทำโดยสำนักราชเลขาธิการ
  • ศิลปกรรมพระประวัติและพระกรณียกิจ จัดทำโดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

หนังสือที่ระลึกและสื่ออิเล็กทรอนิคส์ข้างต้น จะแจกผู้ร่วมเฝ้าฯ โดยแจกเป็นบัตรรับหนังสือ

http://www.hrh84yrs.org/n32_gift.htm

 

 

ประกาศกำหนดการไว้ทุกข์
 

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศกำหนดการไว้ทุกข์ ในวันพระราชพิธี
พระราชทานเพลิงพระศพฯ ระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ดังนี้

  • ขอความร่วมมือให้ประชาชนไว้ทุกข์โดยทั่วกัน
  • ขอความร่วมมือสถานบริการต่างๆให้งดหรือเลิกการแสดงเพื่อความบันเทิง
  • ขอความร่วมมือให้สถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ ควบคุมดูแลรายการที่ออกอากาศ
    ให้เหมาะสม
  • ให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจและสถานศึกษาทุกแห่งลดธงครึ่งเสาโดยพร้อมเพรียงกัน

http://www.hrh84yrs.org/n33_sadplatfrom.htm

 

 

 

ภาพประกอบเพลง แสงหนึ่ง(คือรุ้งงาม) เทิดพระเกียรติ พระพี่นาง

 

...

 

เกร็ดความรู้ เรื่องพิธี "พระศพ"

1.สางพระเกศาขึ้น-ลง 1 ครั้ง แล้วหักพระสางทิ้ง

การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สางพระเกศาพระศพขึ้น 1 ครั้ง ลง 1 ครั้ง แล้วหักพระสางวางไว้ในพาน แสดงถึงว่าเป็นการสาง (หวี) พระเกศาครั้งสุดท้าย สางพอเป็นสัญลักษณ์พอเป็นพิธี เพื่อแสดงว่าไม่ต้องการความสวยงามใดๆ อีกแล้ว เป็นเครื่องหมายว่าหมดประโยชน์ ไม่มีความจำเป็นต้องแต่งกายใดๆ อีกแล้ว และเมื่อหักสางทิ้งไปแล้ว ก็จะเอาไปไว้ที่ไหนก็ได้ ซึ่งเหมือนกับประเพณีของประชาชนด้วย ที่แสดงว่าจะไม่ได้ใช้สางนั้นอีกต่อไปแล้วจึงต้องหักทิ้งไป

2.เศวตฉัตรประกอบพิธีพระศพ

เศวตฉัตรประกอบพิธีพระศพนั้นจะแตกต่างกันไป ตามพระอิสริยยศที่แตกต่างกัน

  • ฉัตร 9 ชั้น : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
  • ฉัตร 7 ชั้น : สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สมเด็จพระบรมราชกุมารี
  • ฉัตร 5 ชั้น : สมเด็จเจ้าฟ้า ในส่วนพิธีพระศพของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ นั้นจะเรียกว่า "เบญจปฎลเศวตฉัตร" หมายถึงฉัตรขาวที่มีเพดาน 5 ชั้น

ขั้นตอนเมื่อเชิญพระศพมายังพระบรมมหาราชวังแล้ว จะเชิญพระศพไปประดิษฐานที่พระที่นั่งพิมานรัตยา ซึ่งอยู่ด้านหลังทางทิศใต้ของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ซึ่งพระที่นั่งองค์นี้จะเป็นวิมานที่บรรทมของพระมหากษัตริย์ และสมเด็จพระอัครมเหสี และเจ้านายฝ่ายในชั้นสูง แต่ในระยะหลังจะใช้เป็นที่ประดิษฐานพระศพ ในการสรงน้ำพระศพ เมื่อสรงน้ำพระศพที่พระที่นั่งพิมานรัตยาแล้วจึงจะอัญเชิญพระศพไปประดิษฐานที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท การประดิษฐานพระศพตามราชประเพณีอยู่ทางมุขด้านตะวันตก พระโกศสำหรับสมเด็จเจ้าฟ้าจะใช้พระโกศทองใหญ่ และใช้เครื่องสูงทองแผ่ลวด มุขด้านใต้จะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร (พระประจำวันเกิด) ซึ่งพระพุทธประจำพระชนมวารของสมเด็จพระพี่นางเธอฯ คือ พระพุทธรูปปางถวายเนตร ซึ่งเป็นปางประจำวันเกิดวันอาทิตย์ งานหลังจากนี้ต่อไปจนถึง 100 วัน จะเป็นการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม พระพิธีธรรมจะเป็นงานที่ใช้เฉพาะงานหลวง จะสวดทั้งวันทั้งคืน มีการย่ำยามทุก 3 ชั่วโมง มีปี่ กลอง ประโคม ด้วยทำนองที่เศร้าสร้อย

3.ประโคมย่ำยามทุก 3 ชั่วโมง

การสวดพระพิธีธรรมพระอภิธรรม จะมีการประโคมย่ำยามทุก 3 ชั่วโมง มีปี่ กลอง ประโคม ด้วยทำนองที่เศร้าสร้อย ตั้งแต่ 06.00 น. 09.00 น. 12.00 น. ไปจนถึง 24.00 น. เพื่อบอกเวลาว่าครบ 3 ชั่วโมง ก็จะประโคมขึ้นหนึ่งครั้ง ส่วนการสวดพระอภิธรรมจะสวดทั้งวันทั้งคืน แต่จะมีเวลาพักเว้นระยะเป็นช่วงๆ อาจจะหยุดพักสัก 10-15 นาที ซึ่งจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของเจ้านายชั้นสูงขึ้นไป โดยหลักคิดก็จะไม่แตกต่างกับการจัดงานศพของประชาชนทั่วไปตามหลักพระพุทธศาสนา แต่อาจจะเพิ่มรายละเอียด ปริมาณและคุณภาพเข้ามา ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเจ้าภาพที่จะจัดงานนอกจากนี้จะมีการบำเพ็ญพระราชกุศลเมื่อครบ 7 วัน 50 วัน และ 100 วัน พิธีกรรมก็จะเหมือนกัน นั่นคือ มีการสวดมนต์ แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ สดับปกรณ์ (บังสุกุล)

4.สมเด็จพระพี่นางเธอฯ อยู่ในลำดับพระอิสริยยศชั้น "เจ้าฟ้า"

 

 

ภาษาที่ใช้เรียกในการประกอบพิธีพระบรมศพ พระศพ จะแตกต่างกันตามพระอิสริยยศ โดยสมเด็จเจ้าฟ้า จะเรียกว่า พระศพ ส่วนพระยศที่สูงกว่า ตั้งแต่พระมหากษัตริย์ สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สมเด็จพระบรมราชกุมารี จะเรียกว่า"พระบรมศพ"ส่วนพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพ ตามราชประเพณีจะสร้างพระเมรุในช่วงฤดูแล้งประมาณเดือนมีนาคม เมษายน ทั้งนี้แล้วแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

5.การแต่งฉลองพระองค์ไว้ทุกข์

การแต่งกายของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศ์ศานุวงศ์ สำหรับการไว้ทุกข์มี 2 แบบ ฉลองพระองค์เต็มยศ และฉลองพระองค์แบบสากล แบบแรกฉลองพระองค์ไว้ทุกข์ด้วยเครื่องแบบเต็มยศ สายสะพายจักรี ติดแขนทุกข์ใต้พระกรซ้าย และจะฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศสายสะพายจักรี ในการบำเพ็ญพระราชกุศลเมื่อครบ 7 วัน 50 วัน 100 วัน และวันออกพระเมรุ ส่วนแบบสากลฉลองพระองค์สูทสีดำ ติดแขนทุกข์ใต้พระกรซ้าย สำหรับข้าราชการ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ก็แต่งกายไว้ทุกข์ตามราชประเพณีตามแต่จะมีหมายกำหนดการกำหนดแจ้งไว้ ส่วนประชาชนก็แต่งกายไว้ทุกข์แบบสุภาพตามประเพณีที่ปฏิบัติ

6.ขบวนรถอัญเชิญพระศพเป็นแบบเรียบง่ายโดยรถโรงพยาบาล

ขบวนรถจะจัดอย่างไรก็ได้ไม่มีระเบียบแบบแผน และจะเป็นแบบเรียบง่ายที่ปฏิบัติกันมาในอดีตก็จะอัญเชิญโดยรถโรงพยาบาลเหมือนกันทุกพระองค์

'7.การปฏิบัติตนไว้ทุกข์ของประชาชน

การปฏิบัติตนของประชาชนในการเข้าไปถวายสักการะพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคมเป็นต้นไปนั้น เบื้องต้นประชาชนควรแต่งกายไว้ทุกข์ตามประเพณีใส่เสื้อผ้าสีดำหรือสีขาว การกราบพระศพจะกราบครั้งเดียวไม่แบมือ สุภาพสตรีควรนุ่งกระโปรง เพราะตามธรรมเนียมที่จะไม่นุ่งกางเกงเข้าในพระบรมมหาราชวัง ถ้าเป็นไปได้ก็ควรสวมรองเท้าหุ้มส้น ถ้าไม่มีก็ต้องเป็นแบบเรียบร้อย ส่วนประชาชนทั่วไปที่จะแสดงออกเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สามารถทำได้ทุกอย่าง ทำที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องรอให้ถึงวันที่ 10 มกราคม สามารถทำได้ทันที ทั้งการตักบาตร ทำบุญ บำเพ็ญกุศล บำเพ็ญทาน ถวายสังฆทานต่างๆ บวชพระ เลี้ยงพระ นิมนต์พระมาเทศน์ ก็สามารถทำได้

8.บรรจุพระศพลงหีบพระศพแทนพระโกศ

(ชัชพล ชัยพร) ตามโบราณราชประเพณีเมื่อพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เสด็จสวรรคต จะประกอบพิธีบรรจุพระบรมศพ พระศพ ลงในพระโกศ แต่ในรัชกาลปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้เชิญพระบรมศพ และพระศพ ลงหีบพระศพ แทนใส่การใส่พระโกศ ซึ่งสามารถทำได้ตามพระราชอัธยาศัย ได้แก่ พระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ

 

 

 

 

ยังมีภาพและเนื้อหาข้อมูลล่าสุดอีกมากมาย

ติดตามได้จากลิงค์นี้ค่ะ

http://www.oknation.net/blog/roungkaw/2008/11/12/entry-4

 

edit @ 13 Nov 2008 14:23:09 by รวงข้าว ๑

edit @ 13 Nov 2008 14:24:26 by รวงข้าว ๑

Comment

Comment:

Tweet


รวงข้าวล้อลม
View full profile